<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581</id><updated>2011-07-07T22:37:56.548-07:00</updated><title type='text'>*-*M a h_h a p p y*-*</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>18</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-8576268405443537067</id><published>2009-09-16T23:43:00.000-07:00</published><updated>2009-09-16T23:58:51.630-07:00</updated><title type='text'>Bios คืออะไร</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;Bios &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;(ไบออส) &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;คือ ระบบพื้นฐานที่ใช้ในการควบคุมระบบ input output ของคอมพิวเตอร์ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Basic Input Output System เมื่อนำตัวอักษรข้างหน้ามาวางต่อกันแล้ว ก็จะได้คำว่า BIOS นั้นเองครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="color:#993399;"&gt;Bios&lt;/span&gt; (ไบออส) &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;นั้นมีความสำคัญกับระบบคอมพิวเตอร์อย่างมาก เรียกได้ว่าไม่มีไม่ได้ เพราะเมื่อเรากดปุ่มเปิดเครื่อง ระบบก็จะเริ่มต้นที่ Bios (ไบออส)   โดยโครงสร้างหลักๆ ของเจ้า BIOS (ไบออส) นั้นมีส่วนประกอบหลักๆ อยู่สองอย่างคือ…&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;1.ตัวโปรแกรมของไบออส จะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำแบบ ROM เพราะจำได้นานไม่มีลืมเหมือนกับ RAM ทำให้เราสามารถเรียกใช้เจ้า BIOS ได้ทันทีเมื่อเปิดเครื่อง แต่เราไม่สามารถเขียนข้อมูลลงไปใน ROM ได้&lt;br /&gt;2.ส่วนตัวข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ CMOS RAM เป็นหน่วยความจำชนิดหนึ่งที่สามารถเชขียนไฟล์ทับได้ คล้ายกับ RAM แต่ต้องใช้ไฟเลี้ยง ถ้าไม่มีไฟ ระบบจะลืมช้อมูลทันที โดยไฟที่ว่านี้มาจากก้อนแบตเตอรี่เล็กติดอยู่บนเมนบอร์ด ถ้าแบตเตอรี่นี้หมด เครื่องก็จะมีปัญหา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;   &lt;span style="color:#336666;"&gt;ในโปรแกรม BIOS มีหน้าจอให้เรากำหนดค่าต่างๆ เพื่อใช้กำหนดค่าเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์เรา เช่นให้บูตระบบจากซีดีรอมก่อนหรือจากฮาร์ดดิสก่อน กำหนดวันเวลา เป็นต้น นอกจากหน้าที่แม่บ้านแล้ว BIOS ยังมีหน้าที่อื่นๆ ที่มีความสำคัญอีกเช่น กำหนดการทำงานของซีพียู เป็นตัวเชื่อมและสนับสนุนการทำงานพื้นฐานของซอฟท์แวร์ที่เราติดตั้ง&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-8576268405443537067?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/8576268405443537067/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/bios.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/8576268405443537067'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/8576268405443537067'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/bios.html' title='Bios คืออะไร'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-6239119141172500006</id><published>2009-09-14T19:54:00.000-07:00</published><updated>2009-09-14T20:23:19.848-07:00</updated><title type='text'>สแกนเนอร์คืออะไร</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/Sq8CtjnaeoI/AAAAAAAAAA8/IErxT8xK0e4/s1600-h/scan.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5381523061408955010" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 165px; CURSOR: hand; HEIGHT: 136px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/Sq8CtjnaeoI/AAAAAAAAAA8/IErxT8xK0e4/s320/scan.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/Sq8CR7o5xXI/AAAAAAAAAA0/0S-_xh4MgRA/s1600-h/scan.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;สแกนเนอร์&lt;/span&gt; คืออุปกรณ์ซึ่งจับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของแอนาลอกเป็นดิจิตอลซึ่งคอมพิวเตอร์ สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย, ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ สามารถใช้สแกนเนอร์ทำงานต่างๆได้ดังนี้ &lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;- ในงานเกี่ยวกับงานศิลปะหรือภาพถ่ายในเอกสาร &lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;- บันทึกข้อมูลลงในเวิร์ดโปรเซสเซอร์ &lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;- แฟ็กเอกสาร ภายใต้ดาต้าเบส และ เวิร์ดโปรเซสเซอร์ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;- เพิ่มเติมภาพและจินตนาการต่าง ๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์สื่อโฆษณาต่าง ๆ &lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;โดยพื้นฐานการทำงานของสแกนเนอร์, ชนิดของสแกนเนอร์ และความสามารถในการทำงานของสแกนแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;ชนิดของเครื่องสแกนเนอร์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;สแกนเนอร์สามารถจัดแบ่งตามลักษณะทั่วๆ ไป ได้ 2 ชนิด คือ Flatbed scanners, ซึ่งใช้สแกนภาพถ่ายหรือภาพพิมพ์ต่าง ๆ สแกนเนอร์ ชนิดนี้มีพื้นผิวแก้วบนโลหะที่เป็นตัวสแกน เช่น ScanMaker III Transparency and slide scanners, ซึ่งถูกใช้สแกนโลหะโปร่ง เช่น ฟิล์มและ สไลด์ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;การทำงานของสแกนเนอร์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;การจับภาพของสแกนเนอร์ ทำโดยฉายแสงบนเอกสารที่จะสแกน แสงจะผ่านกลับไปมาและภาพ จะถูกจับโดยเซลล์ที่ไวต่อแสง เรียกว่า charge-couple device หรือ CCD ซึ่งโดยปกติพื้นที่มืดบน กระดาษจะสะท้อนแสงได้น้อยและพื้นที่ที่สว่างบนกระดาษจะสะท้อนแสงได้มากกว่า CCD จะสืบหาปริมาณแสงที่สะท้อนกลับ จากแต่ละพื้นที่ของภาพนั้น และเปลี่ยนคลื่นของแสงที่สะท้อน กลับมาเป็นข้อมูลดิจิตอล หลังจากนั้นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการสแกนภาพก็จะแปลงเอาสัญญาณเหล่านั้นกลับมาเป็นภาพ บนคอมพิวเตอร์อีกทีหนึ่ง&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;สิ่งที่จำเป็นสำหรับการสแกนภาพมีดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;- สแกนเนอร์ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;- สาย SCSI สำหรับต่อจากสแกนเนอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;- ซอฟต์แวร์สำหรับการสแกนภาพ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของสแกนเนอร์ให้ สแกนภาพตามที่กำหนด &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;- สแกนเอกสารเก็บไว้เป็นไฟล์ที่นำกลับมาแก้ไขได้อาจต้องมีซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนด้าน OCR &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;- จอภาพที่เหมาะสมสำหรับการแสดงภาพที่สแกนมาจากสแกนเนอร์ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;- เครื่องมือสำหรับแสดงพิมพ์ภาพที่สแกน เช่น เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์หรือสไลด์โปรเจคเตอร์ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;ประเภทของภาพที่เกิดจากการสแกน แบ่งเป็นประเภทดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;1. ภาพ Single Bit&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#666600;"&gt;ภาพ Single Bit เป็นภาพที่มีความหยาบมากที่สุดใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล น้อยที่สุดและ นำมาใช้ประโยชน์อะไรไ่ม่ค่อยได้ แต่ข้อดีของภาพประเภทนี้คือ ใช้ทรัพยากรของเครื่องน้อยที่สุดใช้พื้นที่ ในการเก็บข้อมูลน้อยที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสแกนภาพน้อยที่สุด Single-bit แบ่งออกได้สองประเภทคือ - Line Art ได้แก่ภาพที่มีส่วนประกอบเป็นภาพขาวดำ ตัวอย่างของภาพพวกนี้ ได้แก่ ภาพที่ได้จากการสเก็ต &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#666600;"&gt;- Halftone ภาพพวกนี้จะให้สีที่เป็นโทนสีเทามากกว่า แต่โดยทั่วไปยังถูกจัดว่าเป็นภาพประเภท Single-bit เนื่องจากเป็นภาพหยาบๆ&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff9900;"&gt;2. ภาพ Gray Scale&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;ภาพพวกนี้จะมีส่วนประกอบมากกว่าภาพขาวดำ โดยจะประกอบด้วยเฉดสีเทาเป็นลำดับขั้น ทำให้เห็นรายละเอียดด้านแสง-เงา ความชัดลึกมากขึ้นกว่าเดิมภาพพวกนี้แต่ละพิกเซลหรือแต่ละจุดของภาพอาจประกอบด้วยจำนวนบิตมากกว่า ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#00cccc;"&gt;3. ภาพสี&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;หนึ่งพิกเซลของภาพสีนั้นประกอบด้วยจำนวนบิตมหาศาล และใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมาก ควาามสามารถในการสแกนภาพออกมาได้ละเอียดขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าใช้สแกนเนอร์ขนาดความละเอียดเท่าไร&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#663366;"&gt;4. ตัวหนังสือ&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ตัวหนังสือในที่นี้ ได้แก่ เอกสารต่างๆ เช่น ต้องการเก็บเอกสารโดยไม่ต้อง พิมพ์ลงในแฟ้มเอกสารของเวิร์ดโปรเซสเซอร์ ก็สามารถใช้สแกนเนอร์สแกนเอกสาร ดังกล่าว และเก็บไว้เป็นแฟ้มเอกสารได้ นอก จากนี้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถใช้ โปรแกรมที่สนับสนุน OCR (Optical Characters Reconize) มาแปลงแฟ้มภาพเป็น เอกสารดังกล่าวออกมาเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-6239119141172500006?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/6239119141172500006/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/2-flatbed-scanners-scanmaker-iii.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/6239119141172500006'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/6239119141172500006'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/2-flatbed-scanners-scanmaker-iii.html' title='สแกนเนอร์คืออะไร'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/Sq8CtjnaeoI/AAAAAAAAAA8/IErxT8xK0e4/s72-c/scan.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-553048989074634493</id><published>2009-09-14T19:43:00.000-07:00</published><updated>2009-09-14T19:51:04.632-07:00</updated><title type='text'>IRQ คืออะไร</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;IRQ คือ Interrupt Request&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ซึ่งอุปกรณ์ในระบบแต่ละตัวจะใช้แต่ละ &lt;span style="color:#ff6666;"&gt;IRQ &lt;/span&gt;กัน อุปกรณ์ในระบบจะแยกใช้คนละ &lt;span style="color:#ffcccc;"&gt;IRQ&lt;/span&gt; กัน แต่อุปกรณ์ที่ใช้กับ &lt;span style="color:#cc66cc;"&gt;Slot PCI&lt;/span&gt; จะสามารถใช้ &lt;span style="color:#ffccff;"&gt;IRQ&lt;/span&gt; ร่วมกันได้ อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถสื่อสารกับซีพียูโดยใช้ &lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;IRQ &lt;/span&gt;ในการร้องขอการบริการของซีพียูในการส่งข้อมูลหรือความผิดพลาดที่ตรวจพบ เมื่อซีพียูได้รับสัญญาณ &lt;span style="color:#993399;"&gt;Interrupt&lt;/span&gt; จะอยู่ในสถานะ Halt เพื่อรอการทำคำสั่งในการบริการตามลำดับความสำคัญ ในทุกระบบจะประกอบไปด้วย 2 ชิพเซ็ทและ 16 IRQ ในแต่ละ &lt;span style="color:#33cc00;"&gt;IRQ &lt;/span&gt;จะกำหนดไว้ใช้กับแต่ละอุปกรณ์ ดังนั้นจำนวน &lt;span style="color:#cc6600;"&gt;IRQ &lt;/span&gt;จึงมีจำกัด ถ้าคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์จำนวนมากทำให้จำนวน&lt;span style="color:#009900;"&gt; IRQ&lt;/span&gt;ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดปัญหา &lt;span style="color:#006600;"&gt;Conflict&lt;/span&gt; และอุปกรณ์นั้นจึงไม่สามารถใช้งานได้ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-553048989074634493?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/553048989074634493/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/irq-interrupt-request-irq-irq-slot-pci.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/553048989074634493'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/553048989074634493'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/irq-interrupt-request-irq-irq-slot-pci.html' title='IRQ คืออะไร'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-7899835810399301188</id><published>2009-09-10T01:38:00.000-07:00</published><updated>2009-09-10T01:47:04.195-07:00</updated><title type='text'>สาเหตุสำคัญที่ทำให้เครื่องคอมฯมีปัญหา</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/Sqi7rbxPV9I/AAAAAAAAAAs/sh5-lmZrAhY/s1600-h/hw03-1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5379756109757110226" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 97px; CURSOR: hand; HEIGHT: 73px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/Sqi7rbxPV9I/AAAAAAAAAAs/sh5-lmZrAhY/s320/hw03-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt; เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ ไฟฟ้าที่แตกต่างไปจากอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นเมื่อป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจะสามารถทำงานได้ทันที ด้วยตัวของมันเองแล้วแต่หน้าที่หรือลักษณะการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนั้นๆ แต่คอมพิวเตอร์ นอกจากจะประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆภายใน&lt;span style="color:#cc66cc;"&gt; (HARDWARE)&lt;/span&gt; จำพวกแผงวงจร อิเลคโทรนิคส์ที่บอบบางและสลับซับซ้อน แล้ว ในการทำงานของอุปกรณ์แต่ละชิ้น จะทำงานได้ด้วยโปรแกรมควบคุม&lt;span style="color:#ff6600;"&gt; (DRIVER)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;        อุปกรณ์ ทุกชนิดที่ประกอบเข้าด้วยกันทั้งภายในและภายนอกเครื่อง แม้จะเอามาต่อกันอย่างถูก ต้องก็ไม่สามารถทำงาน ได้เลย ถ้าขาดโปรแกรมที่ควบคุม การทำงานของอุปกรณ์ แต่ละชิ้น ซึ่งโปรแกรมที่ควบคุมอุปกรณ์แต่ละชิ้นเหล่านี้ สร้างขึ้นมาจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน และได้ติดตั้งลงในเครื่องโดยช่างเทคนิค ผู้ประกอบชิ้นส่วน พร้อมทั้งปรับแต่งการทำงานของโปรแกรม อย่างเหมาะสม ถ้าหากมีส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวโปรแกรมเหล่านี้ถูกดัดแปลงแก้ไข หรือ ลบออกจากเครื่อง ก็จะทำให้การทำงานของเครื่องผิดปกติ จนกระทั้งบางครั้งไม่สามารถเปิดใช้งานได้เลย&lt;br /&gt;         นอกจากโปรแกรมที่ควบคุมการทำงานของชิ้นส่วน ต่างๆแล้ว ในเครื่องยังประกอบด้วยโปรแกรมสำหรับการใช้งานอย่างอื่นอีกมากมาย &lt;span style="color:#00cccc;"&gt;(SOFTWARE)&lt;/span&gt; แล้วแต่ ผู้ประกอบจะติดตั้งลงไป เช่น&lt;br /&gt;   โปรแกรมระบบปฏิบัติการ &lt;span style="color:#ff6600;"&gt;( WINDOWS 95, WINDOWS98, WINDOWS ME)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;   โปรแกรม &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;Microsoft. WORDS&lt;/span&gt; สำหรับพิมพ์เอกสาร&lt;br /&gt;   โปรแกรม &lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;POWER DVD&lt;/span&gt;สำหรับดูหนัง&lt;br /&gt;   โปรแกรม &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;WINAMP&lt;/span&gt;. สำหรับฟังเพลง&lt;br /&gt;   โปรแกรมเล่นคาราโอเกะ และอีกหลายๆ โปรแกรมแล้วแต่ลักษณะการใช้งานในแต่ละเครื่อง&lt;br /&gt;       ซึ่งการใช้งานโปรแกรมเหล่านี้ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำเป็นจะต้อง เรียนรู้การใช้งานที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย&lt;br /&gt;       การรับประกันเครื่องคอมพิวเตอร์ บริษัทผู้ประกอบ จะรับประกันเฉพาะ ชิ้นส่วนและตัวเครื่องเท่านั้น ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ เหล่านั้นจะผลิตมาจากบริษัทไหนก็ตาม เนื่องจากตัวโปแกรม พร้อมที่จะเสียหายได้ตลอดเวลา จากการใช้งานของผู้ใช้ ที่ไม่ชำนาญ หรือรู้เท่าไม่ถึงการ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็จะส่งผลให้ โปแกรมหยุดการทำงานได้ทันที ทั้งที่อุปกรณ์ทุกชิ้น อยู่ในสภาพปกติ เราเรียกว่าการมีปัญหาที่ระบบหรือตัวโปรแกรม ชิ้นส่วนที่เป็นส่วนประกอบภายใน จะมีความคงทน ต่อการใช้งานปกติ และมีอายุการใช้งานได้นาน นับสิบปี ถ้าผู้ใช้มีความรู้และใช้งานอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดีการรับประกันคุณภาพของบริษัทเป็นเพียงการรับประกันความบกพร่องจากการผลิตเท่านั้น&lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;                ข้ อ ค ว ร ป ฏิ บั ติ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;br /&gt; การเปิดเครื่องหลังจากกดปุ่ม &lt;span style="color:#993399;"&gt;Power&lt;/span&gt; แล้ว เครื่องจะทำการเรียกระบบปฏิบัติการ ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาทีจึงจะเข้าหน้าจอ &lt;span style="color:#66ffff;"&gt;WINDOWS&lt;/span&gt;. และต้องรอจนกระทั่งสัญลักษณ์ นาฬิกาทรายหมดไป ระหว่างนี้ ห้าม ปิดสวิทช์เครื่อง หรือ กดปุ่มใดๆ บน คีย์บอร์ด&lt;br /&gt;ไม่ควร ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยการปิดสวิทช์เครื่องเป็นอันขาด การปิดเครื่องต้องใช้ คำสั่ง &lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;CHUTDOWN&lt;/span&gt;. เท่านั้น&lt;br /&gt;เครื่องคอมพิวเตอร์ มีอุปกรณ์ที่ละเอียดอ่อน และไว ต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้า แม้เพียงเล็กน้อย เครื่องสำรองไฟ &lt;span style="color:#99ff99;"&gt;(UPS)&lt;/span&gt; ช่วยปรับกระแสไฟฟ้าได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ในพื้นที่ที่มีกระแสไฟ ตก หรือไฟเกิน มากๆ อาจจะทำให้เครื่องมีปัญหาในการใช้งาน ควรติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นตัวช่วย&lt;br /&gt;การสำรองไฟ ของ เครื่องสำรองไฟ &lt;span style="color:#9999ff;"&gt;(UPS.)&lt;/span&gt; สำรองไว้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เพื่อ การปิดเครื่องอย่างถูกต้องในกรณีไฟฟ้าดับ หรือไฟตก ควร ปิดเครื่องทันทีเมื่อมีสัญญานเตือน ของ &lt;span style="color:#999900;"&gt;UPS.&lt;/span&gt;ดังขึ้น แสดงว่าไฟตก&lt;br /&gt;ขณะ ฝนตกฟ้าร้อง ไม่ควรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ควรจะถอดปลั๊กออก&lt;br /&gt;ด้านหลังเครื่อง ควรต่อกราวด์ โดยใช้สายไฟ ต่อจากส่วนที่เป็นโลหะ เช่น หัวน๊อต หลังเครื่อง และปลายอีกด้านฝังลงสู่พื้นดิน จะช่วยลดปัญหาจุกจิก ของคอมพิวเตอร์ได้ มาก&lt;br /&gt;ปลั๊กไฟ ของคอมพิวเตอร์ ไม่ควรใช้ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น จะทำให้กระไฟที่ได้ ไม่ปกติ(กระแสไม่พอ) และมีปัญหากับระบบการทำงานของเครื่อง&lt;br /&gt;หากมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่อง หรือโปรแกรม หากท่านไม่มีความรู้ความชำนาญเพียงพอ ไม่ควรแก้ไขด้วยตัวเอง ไม่ควรเปิดฝาเครื่อง ให้ติดต่อช่างเท่านั้น กรณีเครื่องอยู่ในระยะประกัน การเปิดฝาเพื่อแก้ไขเครื่อง จะมีผลให้ประกันสิ้นสุดได้&lt;br /&gt;สำคัญที่สุด เมื่อท่านได้เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ ควรจะต้องศึกษาถึงวิธีใช้และการดูแลรักษาที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์ ไม่อาจจะรับผิดชอบในส่วนนี้ เช่นเดียว กับท่านซื้อรถยนต์ ท่านต้องขับให้เป็นและเรียนรู้กฏจราจร ด้วยตัวท่านเองและดูแลรักษาเอง ปัญหาที่เกิดจากการขับรถไม่เป็น ดูแลไม่เป็น ผู้จำหน่ายรถไม่อาจจะรับผิดชอบท่านได้ &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-7899835810399301188?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/7899835810399301188/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/blog-post_10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/7899835810399301188'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/7899835810399301188'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/blog-post_10.html' title='สาเหตุสำคัญที่ทำให้เครื่องคอมฯมีปัญหา'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/Sqi7rbxPV9I/AAAAAAAAAAs/sh5-lmZrAhY/s72-c/hw03-1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-9088047517546632794</id><published>2009-09-01T23:55:00.000-07:00</published><updated>2009-09-02T00:07:33.413-07:00</updated><title type='text'>ไวรัสคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>อาการของเครื่องที่ติดไวรัส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สามารถสังเกตุการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้อาจเป็นไปได้ว่าได้มีไวรัสเ้ข้าไปติดอยู่ในเครื่องแล้ว อาการที่ว่านั้น ได้แก่ &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน &lt;br /&gt; ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น &lt;br /&gt; วันเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป  &lt;br /&gt; ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อยๆ &lt;br /&gt; เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ &lt;br /&gt; เครื่องส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่ใช้อยู่ &lt;br /&gt; แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย &lt;br /&gt; ขนาดของหน่วยความจำที่เหลือลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้ &lt;br /&gt; ไฟล์แสดงสถานะการทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น &lt;br /&gt; ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ๆ ก็หายไป &lt;br /&gt; เครื่องทำงานช้าลง &lt;br /&gt; เครื่องบูตตัวเองโดยไม่ได้สั่ง &lt;br /&gt; ระบบหยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ &lt;br /&gt; เซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยมีการรายงานว่าจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่ &lt;br /&gt; ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมใดเข้าไปตรวจหาเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     การตรวจหาไวรัส&lt;br /&gt;       การสแกน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; โปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้ิวิธีการสแกน (Scanning) เรียกว่า สแกนเนอร์ (Scanner) โดยจะมีการดึงเอาโปรแกรมบางส่วนของตัวไวรัสมาเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล ส่วนที่ดึงมานั้นเราเรียกว่า ไวรัสซิกเนเจอร์ (VirusSignature) และเมื่อสแกนเนอร์ถูกเรียกขึ้นมาทำงานก็จะเข้าตรวจหาไวรัสในหน่วยความทรงจำ บูตเซกเตอร์และไฟล์โดยใช้ไวรัสซิกเนเจอร์ที่มีอยู่&lt;br /&gt;            &lt;br /&gt;          ข้อดีของวิธีการนี้ก็คือ เราสามารถตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่มาใหม่ได้ทันทีเลยว่าติดไวรัสหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสถูกเรียกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เริ่มแรก &lt;br /&gt;          แต่วิธีนี้มีจุดอ่อนหลายข้อ คือ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.  ฐานข้อมูลที่เก็บไวรัสซิกเนเจอร์จะต้องทันสมัยอยู่เสมอ และครอบคลุมไวรัสทุกตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  &lt;br /&gt;2. เพราะสแกนเนอร์จะไม่สามารถตรวจจับไวรัสที่ยังไม่มีซิกเนเจอร์ของไวรัสนั้นเก็บอยู่ในฐานข้อมูลได้ &lt;br /&gt;3. ยากที่จะตรวจจับไวรัสประเภทโพลีมอร์ฟิก เนื่องจากไวรัสประเภทนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ &lt;br /&gt;4. จึงทำให้ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้สามารถนำมาตรวจสอบได้ก่อนที่ไวรัสจะ้เปลี่ยนตัวเองเท่านั้น &lt;br /&gt;5. ถ้ามีไวรัสประเภทสทีลต์ไวรัส ติดอยู่ในเครื่องตัวสแกนเนอร์อาจจะไม่สามารถตรวจหาไวรัสนี้ได้  &lt;br /&gt;6. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและเทคนิคที่ใช้ของตัวไวรัสและของตัวสแกนเนอร์เองว่าใครเก่งกว่า &lt;br /&gt;7. เนื่องจากไวรัสมีตัวใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอๆ ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องหาสแกนเนอร์ตัวที่ใหม่ที่สุดมาใช้  &lt;br /&gt;8. มีไวรัสบางตัวจะเข้าไปติดในโปรแกรมทันทีที่โปรแกรมนั้นถูกอ่าน และถ้าสมมติ   &lt;br /&gt;9. ว่าสแกนเนอร์ที่ใช้ไม่สามารถตรวจจับได้ และถ้าเครื่องมีไวรัสนี้ติดอยู่ เมื่อมีการ  &lt;br /&gt;10. เรียกสแกนเนอร์ขึ้นมาทำงาน สแกนเนอร์จะเข้าไปอ่านโปรแกรมทีละโปรแกรมเพื่อตรวจสอบ  &lt;br /&gt;11. ผลก็คือจะทำให้ไวรัสตัวนี้เข้าไปติดอยู่ในโปรแกรมทุกตัวที่ถูกสแกนเนอร์นั้นอ่านได้  &lt;br /&gt;12. สแกนเนอร์รายงานผิดพลาดได้ คือ ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้บังเอิญไปตรงกับที่มี  &lt;br /&gt;13. อยู่ในโปรแกรมธรรมดาที่ไม่ได้ติดไวรัส ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้มีขนาดสั้นไป  &lt;br /&gt;14. จะทำให้โปรแกรมดังกล่าวใช้งานไม่ได้อีกต่อไป  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      คำแนะนำและการป้องกันไวรัส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สำรองไฟล์ข้อมูลที่สำคัญ &lt;br /&gt; สำหรับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ อย่าเรียกดอสจากฟลอปปีดิสก์ &lt;br /&gt; ป้องกันการเขียนให้กับฟลอปปีดิสก์ &lt;br /&gt; อย่าเรียกโปรแกรมที่ติดมากับดิสก์อื่น &lt;br /&gt; เสาะหาโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใหม่และมากกว่าหนึ่งโปรแกรมจากคน ละบริษัท &lt;br /&gt; เรียกใช้โปรแกรมตรวจหาไวรัสเป็นช่วงๆ &lt;br /&gt; เรียกใช้โปรแกรมตรวจจับไวรัสแบบเฝ้าดูทุกครั้ง &lt;br /&gt; เลือกคัดลอกซอฟแวร์เฉพาะที่ถูกตรวจสอบแล้วในบีบีเอส &lt;br /&gt; สำรองข้อมูลที่สำคัญของฮาร์ดิสก์ไปเก็บในฟลอปปีดิสก์ &lt;br /&gt; เตรียมฟลอปปีดิสก์ที่ไว้สำหรับให้เรียกดอสก์ขึ้นมาทำงานได้ &lt;br /&gt; เืมื่อเครื่องติดไวรัส ให้พยายามหาที่มาของไวรัสนั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-9088047517546632794?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/9088047517546632794/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/blog-post_01.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/9088047517546632794'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/9088047517546632794'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/blog-post_01.html' title='ไวรัสคอมพิวเตอร์'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-1772600967478363121</id><published>2009-09-01T01:23:00.000-07:00</published><updated>2009-09-01T01:25:09.515-07:00</updated><title type='text'>ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต</title><content type='html'>ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนชุมชนเมืองแห่งใหม่ของโลก เป็นชุมชนของคนทั่วมุมโลก จึงมีบริการต่างๆเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลาในที่นี้จะกล่าวถึงประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตหลักๆดังนี้ &lt;br /&gt;    1.ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic mail=E-mail) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail &lt;br /&gt;เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยผู้ส่งจะต้องส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ ซึ่งเป็นที่อยู่ในรูปแบบของอีเมล์ เมื่อผู้ส่งเขียนจดหมาย1ฉบับ แล้วส่งไปยังที่อยู่นั้น ผู้รับจะได้รับจดหมายภายในเวลาไม่กี่วินาที แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถส่งแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์แนบไปกับอีเมล์ได้ด้วย &lt;br /&gt;    2.กรขอเข้าระบบจากระยะไกลหรือเทลเน็ต(Telnet) &lt;br /&gt;เป็นบริการอินเน็ตรูปแบบหนึ่งโดยที่เราสามารถเข้าไปใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกลๆได้ด้วยตนเอง เช่น ถ้าเราอยู่ที่โรงเรียนทำงานโดยใช้อินเตอร์เน็ตของโรงเรียนแล้วกลับไปที่บ้าน เรามีคอมพิวเตอร์ที่บ้านและต่ออินเตอร์เน็ตไว้เราสามารถเรียกข้อมูลจากที่โรงเรียนมาทำที่บ้านได้ เสมือนกับเราทำงานที่โรงเรียนนั่นเอง &lt;br /&gt;    3.การโอนถ่ายข้อมูล(File Transfer Protocol &lt;br /&gt;หรือ FTP) เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งของระบบอินเตอร์เน็ต เราสามารถค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพและเสียง&lt;br /&gt;    4.การสืบค้นข้อมูล(Gopher,Archie,World wide Web) หมายถึง การใช้เครื่อข่ายอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมายแล้วช่วยจัดเรียงข้อมูลข่าวสารหัวข้ออย่างมีระบบ เป็นเมนู ทำให้เราหาข็อมูลได้ง่ายหรือสะดวกมากขึ้น &lt;br /&gt;    5.การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น(Usenet) &lt;br /&gt;เป็นการให้บริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วโลกสามารถพบปะกัน แสดงความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผู้ใช้เป็นกลุ่มข่าวหรือนิวกรุ๊ป(Newgroup)แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น เรื่องหนังสือ เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้ คอมพิวเตอร์และการเมือง เป็นต้น ปัจจุบันมี Usenet มากกว่า15,000 กลุ่ม นับเป็นเวทีขนาดใหญ่ให้ทุกคนจากทั่วมุมโลกแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง &lt;br /&gt;    6.การสื่อสารด้วยข้อความ(Chat,IRC-Internet Relay chat) &lt;br /&gt;เป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้ใช้อินเตอร์เน็ต โดยพิมพ์ข้อความตอบกัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่ไดัรับความนิยมมากอีกวิธีหนึ่ง การสนทนากันผ่านอินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แต่ละคนก็พิมพ์ข้อความโต้ตอบกันไปมาได้ในเวลาเดียวกัน แม้จะอยู่คนละประเทศหรือคนละซีกโลกก็ตาม &lt;br /&gt;    7.การซื้อขายสินค้าและบริการ(E-Commerce = Eletronic Commerce) &lt;br /&gt;เป็นการจับจ่ายซื้อ - สินค้าและบริการ เช่น ขายหนังสือ คอมพิวเตอร์ การท่องเที่ยว เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทใช้อินเตอร์เน็ตในการทำธุรกิจและให้บริการลูกค้าตลอด24ชั่วโมง ในปี2540 การค้าขายบนอินเตอร์เน็ตมีมูลค่าสูงถึง1แสนล้านบาท และจะเพิ่มเป็น1ล้านล้านบาทในอีก5ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจแบบใหม่ที่น่าสนใจและเปิดทางให้ทุกคนเข้ามาทำธุรกิจได้โดยใช้ทุรไม่มากนัก &lt;br /&gt;    8.การให้ความบันเทิง(Entertain) &lt;br /&gt;ในอินเตอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงในทุกรูปแบบต่างๆ เช่น เกมส์ เพลง รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด24ชั่วโมงและจากแหล่งต่างๆทั่วทุกมุมโลก ทั้งประเทศไทย อเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-1772600967478363121?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/1772600967478363121/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/1772600967478363121'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/1772600967478363121'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/09/blog-post.html' title='ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-1399188789878399035</id><published>2009-08-30T23:52:00.000-07:00</published><updated>2009-08-31T00:00:20.098-07:00</updated><title type='text'>การเลือกซื้อ Notebook</title><content type='html'>คุณสมบัติของ Notebook ที่ควรพิจารณา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    1. จอภาพ &lt;br /&gt;ควรมีขนาดใหญ่ เพราะยิ่งใหญ่จะยิ่งชัด และควรเป็นจอภาพแบบ TFT &lt;br /&gt;ความละเอียดควรกำหนดได้อย่างน้อย 800 * 600 &lt;br /&gt;จำนวนสีที่สามารถกำหนดได้อย่างต่ำควรเป็น 16 บิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    2.แบตเตอรรี่ &lt;br /&gt;ควรใช้ ลิเธียมไอคอน เพราะว่ามีอายุการใช้งานนานที่สุดในบรรดาแบตเตอรรี่อื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    3.หน่วยความจำ &lt;br /&gt;ควรติดตั้งแรมให้มากเท่าที่จะสามารถทำได้ อย่างน้อย 128 MB&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  4.ฮาร์ดดิกส์ &lt;br /&gt;อย่างน้อย 10 GB ขึ้นไป เพราะว่าปัจจุบันโปรแกรมส่วนใหญ่มีขนาดค่อนข้างใหญ่มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    5.ระบบมัลติมีเดีย &lt;br /&gt;หมายถึง CD-Rom หรือ DVD Drive บวกกับ Sound card ส่วนใหญ่เป็นพื้นฐานไปแล้วสำหรับเครื่องคอมฯ รุ่นใหม่ ๆ แต่ก็ไม่ควรพลาดที่จะมีไว้ เนื่องจากซอร์ฟแวร์ใหม่ ๆ จะบันทึกผ่านทางแผ่น CD อย่างไรก็ตามหลายๆ คนก็ให้ความสนใจ COMBO Drive ซึ่งหมายถึง DVD + CD-RW หมายถึง เครื่องเล่นที่สามารถบันทึกแผ่น CD-R, CD-RW ได้ รวมทั้งสามารถเล่นแผ่น DVD ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    6.โมเด็ม &lt;br /&gt;ห้ามพลาดทีเดียว ถ้าคุณต้องการเล่น internet และต้องการส่ง fax ผ่านเครื่องคอมฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    7.ช่องทางการสื่อสาร &lt;br /&gt;Port ต่างๆ ที่ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น เครื่องพิมพ์ กล้อง สแกนเนอร์ เป็นต้น ปัจจุบัน Port รุ่นใหม่ที่เป็นที่นิยม และเป็นมาตราฐานของเครื่องคอมฯ ทั้ง NoteBook และ Desktop คือ USB โดยมี 2 รุ่นค่อ USB 1.1 และ USB 2.0 (ควรเลือกเครื่องที่รองรับ USB 2.0 จะดีกว่าเพราะจะโอนถ่ายข้อมูลได้เร็วกว่ามาก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  8.เน็ตเวิร์คการ์ด &lt;br /&gt;สำหรับเชื่อมระบบเครือข่าย ถ้าคุณมีการใช้งานในระบบเครือข่าย (Network) บางยี่ห้อ บางรุ่นก็แถมมาให้ด้วยครับ Notebook บางรุ่นได้เริ่มมีการติดตั้ง Wireless Network หรือเน็ตเวิร์คแบบไร้สาย แล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                    เทคนิคการเลือกซื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    1.การเลือกซื้อ Notebook ควรกำหนดคุณสมบัติต่างๆ ไว้ค่อนข้างสูง เนื่องจากการ upgrade จะค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้องใช้ชิ้ส่วน  เฉพาะรุ่น และราคาชิ้นส่วนก็ค่อนข้างสูงด้วย &lt;br /&gt;    2.ราคาของ Notebook เมื่อเทียบคุณสมบัติชิ้นส่วนต่อชิ้นส่วนแล้ว ราคา Notebook จะค่อนข้างสูงกว่า Desktop มาก บางรุ่นสูงถึง 100% &lt;br /&gt;  3.อุปกรณ์เสริมสำหรับ Desktop ส่วนใหญ่ ไม่สามารถใช้งานได้กับ Notebook&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-1399188789878399035?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/1399188789878399035/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/notebook.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/1399188789878399035'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/1399188789878399035'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/notebook.html' title='การเลือกซื้อ Notebook'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-2394752999765539365</id><published>2009-08-30T20:41:00.000-07:00</published><updated>2009-08-30T20:43:39.152-07:00</updated><title type='text'>ปัญหาคอมพิวเตอร์ที่พบกันบ่อยๆและแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น</title><content type='html'>รวบรวมปัญหาต่าง ๆ ที่พบได้บ่อย ๆ กับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อย ๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับ การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น ๆ ได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาของ Windows &lt;br /&gt;หลังจาก Setup Windows ใหม่แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไป&lt;br /&gt;เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อย ๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ทำให้เครื่องไม่สามารถ เขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็น Disable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error&lt;br /&gt;ที่พบบ่อย ๆ มากคือปัญหาของ RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็น SDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้ AMD K6II-350 ขึ้นไปลง Windows95 แล้วเกิด Error แต่ลง Windows98 ได้&lt;br /&gt;จะเกิดจากการใช้ CPU ของ AMD ที่มีความเร็วตั้งแต่ 350MHz ขึ้นไปกับ Windows95 วิธีแก้ไขคือไป Download Patch สำหรับแก้ปัญหานี้ที่ AMDK6UPD.EXE มาแก้ไขโดยสั่งรันไฟล์นี้แล้วบูทเครื่องใหม่ก่อน &lt;br /&gt;ปัญหาของ ฮาร์ดแวร์ &lt;br /&gt;RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 32 M. ทำไม Windows บอกว่ามี 28 M. เอง&lt;br /&gt;อาการของ RAM หายไปดื้อ ๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับและขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4M หรือ 8M ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก &lt;br /&gt;อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่าง ๆ ว่าทำงานปกติดีหรือเปล่า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมของ CPU ช่วยด้วยก็ดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง &lt;br /&gt;อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่น ๆ ดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ ๆ กับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี&lt;br /&gt;ให้ทำการถอดถ่านของ BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซื้อฮาร์ดดิสก์มาขนาดใหญ่ ๆ แต่หลังจากทำการ Format แล้วเครื่องมองเห็นแค่ 2G &lt;br /&gt;อย่างแรกให้ดูก่อนเลยว่า ใช้ระบบ FAT16 หรือ FAT32 ถ้าหากเป็น FAT16 จะมองเห็นได้สูงสุดแค่ 2G ต่อ 1 Partition เท่านั้น ต้องใช้แบบ FAT32 ครับ วิธีการคือใช้ FDISK ของแผ่น Startup Disk WIN98 มาทำ FDISK (ถ้าเป็น FDISK จาก DOS หรือ WIN95 จะเป็นแบบ FAT16) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่สามารถใช้งาน ฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ&lt;br /&gt;เกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับ ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็ม วิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หา Download โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้น ๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้ &lt;br /&gt;ปัญหาของ ซอฟต์แวร์ &lt;br /&gt;หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้&lt;br /&gt;เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไป วิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนู Microsoft Windows 98 Startup Menu เลือกข้อ 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง "edit autoexec.bat" เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษ&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบ อิงค์เจ็ท รุ่นใหม่ ๆ วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา Download Driver รุ่นใหม่ ๆ ของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้น ๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English(USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู &gt;&gt; Settings &gt;&gt; Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English(USA) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ สาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้วยและสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช้การ์ดจอของ TNT แล้วเมื่อพิมพ์ข้อความต่าง ๆ สระบนล่างไม่ยอมขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;ต้องพิมพ์ตัวต่อไปก่อนจึงจะเห็น เป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ๆ กับผู้ที่ใช้การ์ดจอของ TNT ครับให้ลองหา Driver รุ่นใหม่ ๆ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตการ์ดจอมาใช้ จะแก้ไขได้หรือใช้ Driver ของ Detonator Version 3.65 ขึ้นไป หาได้จาก http://www.3dchipset.com/&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-2394752999765539365?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/2394752999765539365/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_30.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/2394752999765539365'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/2394752999765539365'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_30.html' title='ปัญหาคอมพิวเตอร์ที่พบกันบ่อยๆและแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-8153072863209666788</id><published>2009-08-27T20:34:00.000-07:00</published><updated>2009-08-27T20:49:00.006-07:00</updated><title type='text'>Patch คืออะไรและ Crack / Key Gen / Serial No คืออะไร</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;หลักการทำงานของไฟล์ &lt;strong&gt;patch ก็คือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;เมื่อทำการรันไฟล์ patch จะมีตัวที่ทำการตรวจสอบ code ของโปรแกรมที่เราใช้กับ code ในไฟล์ patch โดยการเปรียบเทียบนั้น ไม่ได้เปรียบเทียบที่ วัน/เวลา ที่สร้างไฟล์ หรือขนาดไฟล์เท่านั้น แต่จะเป็นการเปรียบเทียบแบบ pattern คือมองตั้งแต่การเยื้องของ code การเว้นวรรค กันเลย โดยตัวโปรแกรมที่ทำการตรวจสอบนั้น เมื่อพบ pattern ที่ต่างกันเช่น ในไฟล์ที่เราลงโปรแกรม เมื่อเปรียบเทียบกับไฟล์ที่อยู่ใน patch ปรากฏว่า มีตำแหน่งหนึ่งที่ไฟล์ patch นั้นมี code เพิ่มขึ้นมาตัวโปรแกรมที่จัดการ patch นั้น จะทำการ copy code ในส่วนที่ไฟล์ในเครื่องเราไม่มีลงมาให้ซึ่งหลังจากการ copy เสร็จเมื่อทำการตรวจสอบก็จะพบว่า pattern ของ code นั้นเหมือนกันทุกที่แล้ว ก็จะทำการตรวจสอบไฟล์ใหม่ที่เขียนไว้ในรายการ patch ต่อไปจนครบ ซึ่งการ copy code ลงไปนั้นในบางทีอาจจะใช้วิธีก็อปปี้ไฟล์ใหม่ทับลงไปเลยซึ่งส่วนมากจะทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ก่อนการดาวโหลด patch ทุกครั้ง เราจึงต้องตรวจดู version ของโปรแกรมนั้น ด้วยว่าเป็นเวอร์ชั่นเดียวกับที่เราใช้อยู่หรือเปล่าที่มา: &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.jabchai.com/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;www.jabchai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;Crack / Key Gen / Serial No&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;มารู้จักกับสิ่งเหล่านี้กันก่อน ปกติแล้ว Software ที่มีให้ Download ตามเวปต่าง ๆ จะแบ่งออกได้เป็น Freeware, Shareware, Demo หรือ Full Version หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือ ฟรี กับ เสียตังค์ นั่นเอง หาก Software ตัวไหนให้ใช้ฟรี เราก็สามารถใช้งานได้ทันที แต่สำหรับ Software บางตัวที่ต้องเสียเงิน ก็จะมีวิธีการจำกัดความสามารถต่าง ๆ แตกต่างกันออกไปครับ เช่น กำหนดระยะเวลาใช้งานไว้ หรือให้ใช้ได้แต่บาง function เท่านั้น จนกว่าจะมีการลงทะเบียนหรือนำ Register Code หรือ Serial No. ที่ได้จากการลงทะเบียนมาใส่ (ซึ่งคุณต้องเสียตังค์สำหรับ Code ที่ว่านี้ด้วย) ในที่นี้จะแนะนำการทำให้ Software เหล่านี้ใช้ได้เต็มหรือใช้ได้ตลอดไปโดยการ crack หรือหา Key Gen มาใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;Crack &lt;/span&gt;คือโปรแกรมที่จะเข้าไปแก้ไข ในส่วนของการตั้งเวลาหมดอายุใช้งาน หรือทำให้ใช้งาน function ต่าง ๆ ได้ วิธีการ crack ส่วนใหญ่จะเหมือน ๆ กันคือให้ copy ไฟล์ crack ไปใส่ไว้ใน Folder เดียวกันกับที่เก็บโปรแกรม และเรียกใช้ จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนครับ บางโปรแกรมก็อาจจะต้องเรียกใช้ไฟล์ crack แทนไฟล์เดิมของโปรแกรมนั้นแทน หรืออ่านรายละเอียดวิธีการใช้งานจากไฟล์ Readme.txt ที่มีมาให้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;Key Gen&lt;/span&gt; คือโปรแกรมสำหรับหา Register Code หรือ Serial No. ของ Software ต่าง ๆ โดยจะให้เราใส่ชื่อของ user name ที่จะ Register แล้วก็จะบอกเป็น Code มาให้สำหรับนำไปใส่ในช่อง Register Code เพื่อให้ Software ตัวนั้นเป็นแบบ Register Version รายละเอียดของการใช้ Key Gen ก็อาจจะต้องอ่านจากไฟล์ Readme.txt ที่มากับโปรแกรมนั้น ๆ ด้วย สำหรับการค้นหา Crack หรือ Key Gen ของโปรแกรมต่าง ๆ สามารถค้นหาได้โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ที่รวมของ crack ต่าง ๆ ที่นิยมกันมากและมีค่อนข้างมากคือ &lt;a href="http://astalavista.box.sk/" target="_blank"&gt;http://astalavista.box.sk/&lt;/a&gt; &lt;a href="http://www.andr.net/" target="_blank"&gt;http://www.andr.net/&lt;/a&gt; &lt;a href="http://www.serials.ws/" target="_blank"&gt;http://www.serials.ws/&lt;/a&gt; และ &lt;a href="http://www.cracks.am/" target="_blank"&gt;http://www.cracks.am/&lt;/a&gt; โดยเมื่อเข้าไปแล้ว ก็กรอกชื่อหรือคำที่ต้องการค้นหาได้เลย พยายามดูรุ่นหรือ version ให้ตรงกับที่ต้องการด้วย หรือในบางครั้ง อาจจะใช้แทนกันได้ อันนี้ต้องลองกันเองครับการใส่ register code ส่วนใหญ่ที่พบ จะมีอยู่ 2 แห่งคือ ต้องใส่ขณะที่เริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้ง และบางครั้ง ต้องทำการติดตั้งให้เสร็จก่อน แล้วจึงเข้าไปในหน้าของ register code (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เมนู Help) ให้สังเกตุเวลาดูรุ่นของซอฟต์แวร์ในเมนู Help นะครับ มักจะเขียนบอกว่าเป็น Shareware Version หรือ Evaluation หรือ Register Version เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-8153072863209666788?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/8153072863209666788/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/patch-patch-code-code-patch-pattern.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/8153072863209666788'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/8153072863209666788'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/patch-patch-code-code-patch-pattern.html' title='Patch คืออะไรและ Crack / Key Gen / Serial No คืออะไร'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-4958581332360347024</id><published>2009-08-26T20:00:00.000-07:00</published><updated>2009-08-26T20:01:55.432-07:00</updated><title type='text'>ไขปัญหาในเรื่องทั่วไปบนวินโดวส์</title><content type='html'>ติดตั้งโปรแกรมหรือไดรเวอร์ไปแล้วเข้าวินโดวส์ไม่ได้ &lt;br /&gt;  ลงโปรแกรม Norton AntiVirus ไปแล้ว พอบูตเครื่องขึ้นมาอีกทีก็เข้าวินโดวส์ไม่ได้แล้ว ปัญหาทำนองนี้พบค่อนข้างบ่อยมาก อาจจะเนื่องมาจากในบ้านเราผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรมเถื่อนที่มีขายอยู่ทั่วไปตามห้างไอที ทำให้บางครั้งในขั้นตอนการผลิตซีดีไม่ได้มาตรฐานไฟล์บางตัวเลยก๊อปปี้มาไม่ครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นซีดีโปรแกรมที่เป็นแผ่น รวมหลายสิบโปรแกรมนั้น ค่อนข้างจะมีปัญหาเยอะมาก เมื่อผู้ใช้ซื้อไปติดตั้งจึงมีปัญหาตามมาหรือบางโปรแกรม เช่น Norton AntiVirus ชอบที่จะเข้าไปขอใช้ไฟล์ระบบที่มีนามสกุล DLL เมื่อมีการติดตั้งไม่สมบูรณ์เลยทำให้ ไม่สามารถเข้าวินโดวส์ได้ &lt;br /&gt;   อีกสาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจากการลงไดรเวอร์นั่นเอง ไดรเวอร์บางตัวก็มักมีปัญหากับระบบปฏิบัติการและชอบเข้าไปยุ่งกับไฟล์ ระบบทำให้วินโดวส์พังก็มีให้เห็นมาแล้ว สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาของ ช่างคอมพิวเตอร์นั้น ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้เสียก่อน หากพบว่าได้มีการติดตั้งโปรแกรม หรือไดรเวอร์ลงไปหลังจากนั้นก็ทำให้บูตเข้าวินโดวส์ไม่ได้อีกเลย ให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากสาเหตุการลงโปรแกรมและไดรเวอร์ไม่สมบูรณ์จนอาจทำให้ระบบไม่สามารถบูตได้ โดยเราสามารถแก้ปัญหาได้ดังนี้&lt;br /&gt;  ให้บูตเครื่องเข้าสู่ Safe Mode เพราะการเข้าสู่ Safe Mode จะเป็นการเข้าสู่วินโดวส์โดยที่ไม่ จำเป็นต้องใช้ไดรเวอร์หรือไฟล์บางตัว จากนั้นให้เราเข้าไปลบโปรแกรมหรือไดรเวอร์ที่ทำให้เกิดปัญหาออกไปจากเครื่องให้หมดเกลี้ยงอย่าให้เหลือซาก จากนั้นจึงบูตเครื่องเข้าสู่วินโดวส์ได้ตามปกติ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    เครื่องบูตขึ้นแต่ไม่สามารถเข้าวินโดวส์ได้ &lt;br /&gt;    กรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ผ่านขั้นตอนการ POST แล้ว แต่กลับมาค้างที่หน้าจอแสดงโลโก้วินโดวส์ทำให้ไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้เลย บางครั้งก็ยังไม่แสดงโลโก้ของวินโดวส์แต่กลับมีข้อความแจ้งขึ้นมาว่า “Missing Operation System” &lt;br /&gt;  สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาของช่างคอมพิวเตอร์ก็คือ ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ก่อน ว่าได้มีการลบไฟล์ระบบบางตัวออกไปหรือเปล่า ส่วนใหญ่ปัญหานี้มันเกิดจากไฟล์ระบบ COMMAND.COM เสียหายหรือถูกลบทิ้งไปเนื่องจากว่าไฟล์ COMMAND.COM เป็นไฟล์ที่มีหน้าที่เก็บคำสั่งภายในของระบบดอสเอาไว้ เช่น TYPE, COPY, DIR, DEL นอกจากนี้ก็ยังทำหน้าที่ ติดต่อและแปลคำสั่งของผู้ใช้ผ่านคีย์บอร์ด และนำคำสั่งนั้นไปปฏิบัติงาน ซึ่งนับว่าไฟล์ COMMAND.COM นั้นมีความสำคัญต่อระบบปฏิบัติการที่ยังต้องอิงกับระบบดอสอยู่มาก &lt;br /&gt;  วิธีแก้ไขก็คือ ให้บูตเครื่องด้วยแผ่น Startup Disk จากนั้นพิมพ์คำสั่ง SYS C: ซึ่งเป็นคำสั่ง ก๊อปปี้ไฟล์ระบบลงไปในไดรฟ์ C: โดยที่ไฟล์ระบบนั้นจะมีไฟล์ COMMAND.COM รวมอยู่ด้วย จากนั้นให้บูตเครื่องขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้จะพบว่าสามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้แล้ว &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดที่ 1 : This program has performed anillegal operation and will be shut down. If the problem persists, contact the program vendor &lt;br /&gt;    ข้อความนี้แจ้งว่าโปรแกรมบางตัวมีปัญหาเราคงต้องมานั่งไล่กันว่าโปรแกรมที่ติดตั้งครั้งหลังสุดคือโปรแกรมอะไร แล้วลองลบออกไปโดยการ Add / Remove Program ใน Control Panel หลังจากนั้น จึงติดตั้งใหม่ โดยแนะนำว่าเปลี่ยนแผ่นโปรแกรมที่ใช้ติดตั้งเสียใหม่ เพราะหากใช้แผ่นเก่าอาจเป็นเหมือนเดิมอีก หรือบางครั้งเกิดจากไฟล์โปรแกรมที่ติดตั้งครั้งหลังสุดมีปัญหากับไฟล์โปรแกรมที่ติดตั้งมาก่อนหน้านี้ เมื่อติดตั้งใหม่จึงอาจมีอาการเหมือนเดิมควรแก้ไขโดยการอัพเดทเป็นโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดที่ 2 : Improper shut down detected, Checking disk for errore &lt;br /&gt;    ข้อความนี้แจ้งว่าพบปัญหาผิดพลาดในขั้นตอนการชัตดาวน์ อาจเกิดจากการผู้ใช้ปิดเครื่องไม่ถูกวิธี ทำให้ระบบชัตดาวน์มีปัญหา วิธีแก้ไขคือให้รอสักพักแล้วค่อยกดปุ่ม Esc ระบบก็จะกลับเป็นปกติ ดังนั้นหาก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คราวหลังก็ควรปิดคอมพิวเตอร์ให้ถูกวิธีด้วยการชัตดาวน์เครื่องก่อนเสมอ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดที่ 3 : Warning Windows has detected a Registry / configuration error. Choose Safe mode to start Windows with minimal set of drivers &lt;br /&gt;    ข้อความนี้แจ้งว่าพบปัญหาผิดพลาดในรีจิสทรีของวินโดวส์ โดยวินโดวส์จะแนะนำให้เราเข้าไปใน Safe mode เพื่อแก้ปัญหา สำหรับการแก้ปัญหาข้อความนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องหนักหนาและเสี่ยงมากทีเดียว เนื่องจากว่ารีจิสทรีเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่เก็บรายละเอียดและค่าต่าง ๆ ของวินโดวส์ไว้ หากมีปัญหาในส่วนนี้ ต้องอาศัยการแก้ไขอย่างรอบคอบ ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ระบบพังได้ แนะนำว่าให้แก้ปัญหาโดยการติดตั้งวินโดวส์ใหม่ทับลงไปเพื่อให้รีจิสทรีใหม่ทับรีจิสทรีเก่า หรือให้บูตเครื่องด้วยแผ่นบูตแล้วพิมพ์คำสั่ง Scanreg / restore เพื่อเป็นการย้อนกลับไปใช้รีจิสทรีที่วินโดวส์ได้แบ็คอัพเก็บไว้ 5 วันหลังสุด ก็ให้เราเลือกวันที่คิดว่ายังไม่เกิดปัญหา เพียงเท่านี้ก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ครบ ( วิธีหลังนี้อย่าลืมแบ็คอัพข้อมูลสำคัญๆ ไว้เสียก่อนละ ) &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพพลาดที่ 4 : Explorer has caused an error in Kermel132.dll &lt;br /&gt;    ข้อความนี้แจ้งว่าระบบมีความผิดพลาดในไฟล์ Kernel132.dll ทำให้ผู้ใช้อาจไม่สามารถเข้าไปใน Control panel ได้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบนวินโดวส์ Me วิธีแก้ปัญหาคือให้บูตเครื่องใหม่แล้วเข้าไปที่ &lt;br /&gt;Safe Mode แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ &lt;br /&gt;1. ให้ค้นหาไฟล์ที่มีนามสกุล *.cpl โดยเข้าไปค้นหาที่โปรแกรม Search, For Files Or Folders &lt;br /&gt;2. เมื่อพบไฟล์ .cpl แล้ว ซึ่งอยู่ที่ WINDOWS\SYSTEM ให้เปลี่ยนนามสกุลเป็น .Old ทีละไฟล์ แล้วลองเข้าไปทดสอบดูว่าเข้า Control panel ได้หรือยังถ้า ยังไม่ได้ให้กลับไปเปลี่ยนเป็นไฟล์ตัวอื่น จนกว่าจะสำเร็จ เมื่อสำเร็จแล้วเราก็จะสามารถรู้ได้ว่าไฟล์ตัวไหนที่เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหา&lt;br /&gt;3. ให้กลับไปเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ทุกไฟล์ให้กลับเป็นเหมือนเดิม ยกเว้นไฟล์ที่เป็นต้นเหตุ จากนั้นบูตเครื่องขึ้นใหม่ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดที่ 5 : The selected disk drive is not in use. Check to make sure a disk is inserted. &lt;br /&gt;    ข้อความนี้แจ้งว่าดิสก์ไดรฟ์ไม่สามารถใช้งานได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มีการใส่แผ่นดิสก์ลงไปในช่องดิสก์ไดรฟ์แล้ว สำหรับปัญหานี้อาจเกิดจากผู้ใช้ลืมใส่แผ่นดิสก์ลงไปในช่องดิสก์ไดรฟ์ แต่หากได้มี การใส่แผ่นลงไปแล้วปัญหานี้อาจเกิดจากแผ่นดิสก์เสียหรือดิสก์ไดรฟ์มีปัญหา ไม่สามารถใช้งานได้ให้เราทดสอบแผ่นดิสก์โดยนำไปใช้กับเครื่องอื่นหากสามารถใช้ได้ นั่นแสดงว่าเป็นที่ดิสก์ไดรฟ์ต้องถอดมาซ่อมหรือเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดที่ 6 : There is not enough free memory to run this program. Quit one or more programs, and try again. &lt;br /&gt;    ข้อความนี้แจ้งว่าหน่วยความจำที่เหลืออยู่ในระบบไม่เพียงพอในการเปิดโปรแกรม ให้แกจากโปรแกรมแล้วลองเปิดใหม่อีกครั้ง สำหรับสาเหตุของปัญหานั่นคือหน่วยความจำหรือแรมของเครื่องไม่พอนั่นเอง วิธีแก้ปัญหาแบบถาวร ( แต่ต้องเสียเงิน ) ก็คือ ให้ผู้ใช้ซื้อแรมมาติดตั้งเพิ่ม หรือวิธีแก้แบบชั่วคราวก็คือ ในขณะใช้งานแนะนำให้ผู้ใช้ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นลงไปบ้าง โดยเฉพาะโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยที่เราไม่ได้เปิดขึ้นมาใช้งาน ให้สังเกตจากบริเวณ System Tray จะมีไอคอนของโปรแกรมนั้นๆ อยู่ ให้จัดการปิดให้หมดหรือโปรแกรมประเภทที่ชอบกินแรม ( Resource Leak ) ซึ่งโปรแกรมพวกนี้แม้ว่าจะปิดโปรแกรมไปแล้วก็ยังไม่ยอมคืนหน่วยความจำกัลบมาสู่ระบบ ซึ่งเราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่าระบบของเราเหลือ รีซอร์สเท่าไหร่โดยคลิกขวาที่ My Computer จากนั้นคลิกแท็ป Performance ดูที่ System Resource ว่าเหลือรีซอร์สกี่เปอร์เซ็นต์ หากต่ำกว่าครึ่งก็ให้ปิดโปรแกรมแล้วบูตเครื่องขึ้นมาใหม่โปรแกรมเหล่านั้นก็จะคืนแรมกลับมาเหมือนเดิม &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดที่ 7 : Error Reading CD-ROM in Drive D: ( หรือไดรฟ์ที่เป็นซีดีรอม ) Please insert CD-ROM XX With Serial Number XX in Drive d: … if the CD-ROM is still the drive, it may require cleaning &lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดนี้จะแจ้งขึ้นมาว่าเกิดความผิดพลาดจากการอ่านแผ่นซีดีในไดรฟ์ D: ( หรือไดรฟ์ที่เป็นซีดีรอม ) ซึ่งสาเหตุมาจากที่ผู้ใช้กดปุ่ม Eject เพื่อนำแผ่นซีดีรอมออกมาก่อนที่วินโดวส์ จะอ่านข้อมูลเสร็จ วิธีแก้ไขก็คือ ให้นำแผ่นใส่กลับไปเหมือนเดิมรอจนกว่าวินโดวส์จะอ่านข้อมูลจากแผ่นเสร็จแล้วจึงค่อยนำออกมา โดยให้สังเกตจากหลอดไฟที่ตัวไดรฟ์ซีดีรอม ควรรอให้ไฟหยุดกระพริบเสียก่อน บางครั้งสาเหตุนี้ก็อาจเกิดจากการที่ผู้ใช้นำแผ่นซีดีที่ใช้งานไม่ได้แล้วใส่ลงไป หรือไม่ก็แผ่นซีดีสกปรกจนไดรฟ์ซีดี ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ ควรนำออกมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนใส่กลับไปอีกครั้งหนึ่ง &lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดที่ 8 : -0x0000007B INACCESSIBLE_BOOT_DEVICE &lt;br /&gt;    ข้อความผิดพลาดนี้แจ้งเป็นโค้ด error โดยใช้เลขฐานเป็นตัวแสดงความผิดพลาด ซึ่งหมายความว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่พบพาร์ทิชั่นที่กำหนด ให้เป็นตัวบูตระบบพาร์ทิชั่นที่กำหนดหรือบูตเซ็กเตอร์เกิดมีปัญหา ให้เราแก้ปัญหาโดยลองบูตระบบขึ้นมาอีกครั้ง หากยังคงไม่ได้ให้นำแผ่น Startup บูตระบบขึ้นมาแทนแล้วใช้คำสั่ง Scandisk เพื่อซ่อมแซม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-4958581332360347024?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/4958581332360347024/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_26.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/4958581332360347024'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/4958581332360347024'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_26.html' title='ไขปัญหาในเรื่องทั่วไปบนวินโดวส์'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-3073199369669308426</id><published>2009-08-25T21:11:00.000-07:00</published><updated>2009-08-25T21:13:54.542-07:00</updated><title type='text'>วิธีแก้ไวรัสscvhost.exe</title><content type='html'>scvhost.exe&lt;br /&gt;svchost.exe เป็น service (Generic Host Process for Win32 Services)ที่ใช้ในการโหลดไฟล์ .DLL การเรียกใช้ network การที่จะรู้ว่า service svchost ทำงานกับโปรแกรมอะไรอยู่นั้นทำได้ดังนี้ (winXP) &lt;br /&gt;1. เปิด Task Manager ขึ้นมา เลือกที่&lt;br /&gt;tap process &gt;&gt; view &gt;&gt; Select Columns.. แล้วเลือกที่ PID แล้วจำหมายเลข PID ของ svchost&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. จากนั้นก็เปิด Command Prompt ขึ้นมาแล้วพิมพ์ tasklist /svc ก็มาดูที่ PID แล้วดูรายละเอียดจะรู้ว่า svchost ทำงานร่วมกับโปรแกรมใด ถ้าเอามันออกตอน start up ได้ก็ค่อยเอาออก&lt;br /&gt;Svchost.exe ของแท้เป็น Service Host  Generic Host Process for Win32 Servicesและที่อยู่ของไฟล์คือ C:\WinNT\System32\Svchost.exe หรือC:\Windows\System32\Svchost.exe.ส่วนไวรัสที่พยายามใช้ชื่อให้ใกล้เคียงกัน เพื่อทำให้เราสับสน...มีตัวอย่างตามด้านล่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;SCVHOST.exe คือ Gaobot viruses &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Svch0st.exe คือ Backdoor.Graybird viruses. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Svchos1.exe คือ W32.HLLW.Gaobot.DK virus &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Svchost32.exe คือ Backdoor.IRC.Zcrew, W32.HLLW.Deborms.C, W32.Mimail.J@mm, or the W32.Paylap.@mm &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Svhost.exe คือ Backdoor.Socksbot, Bat.Boohoo.Worm, W32.Bolgi.Worm &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;svchost.exe จึงกลายเป็นที่หมายปองของไวรัสต่างๆ..ในการแพร่กระจายตัวเองเข้าไปควบคุมเจ้าไฟล์ตัวนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้มีไวรัสคอมตัวใหม่ระบาดมันมีชื่อว่า SCVHOST.exe &lt;br /&gt;จะระบาดทาง handy drive และ การ์ดลีดเดอร์ &lt;br /&gt;อาการคือจะทำให้คอมอืดมากๆ ถ้าติดเข้าไปในเมม มันจะสร้างไฟร์ใหม่ &lt;br /&gt;โดยใช้ชื่อโฟร์เดอร์เดิมขนาดของไฟร์ 245 kb &lt;br /&gt;อาการจะทำให้ฟังเพลง MP3player &lt;br /&gt;และดูหนัง SmartMovie ได้แค่ 3-5 นาที มือถือจะปิดเครื่องเอง &lt;br /&gt;ผมโดนมาแล้ว Format mmc ก้อไม่ได้ สแกนก้อไม่เจอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีแก้&lt;br /&gt;http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?p=972375&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-3073199369669308426?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/3073199369669308426/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/scvhostexe.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/3073199369669308426'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/3073199369669308426'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/scvhostexe.html' title='วิธีแก้ไวรัสscvhost.exe'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-7130441585375004596</id><published>2009-08-13T01:56:00.000-07:00</published><updated>2009-08-13T02:40:10.194-07:00</updated><title type='text'>อุปกรณ์คอมพิวเตอร์</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/SoPZjEw7wkI/AAAAAAAAAAU/Qq2rnpkVVy4/s1600-h/equpiment_008.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5369374377353396802" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 154px; CURSOR: hand; HEIGHT: 152px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/SoPZjEw7wkI/AAAAAAAAAAU/Qq2rnpkVVy4/s320/equpiment_008.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; เมนบอร์ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แผ่นวงจรไฟฟ้าแผ่นใหญ่ที่รวมเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญๆมาไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุม การทำงานของ อุปกรณ์ต่างๆ ภายในพีชีทั้งหมด มีลักษณะเป็นแผ่น รูปร่างสี่เหลี่ยมแผ่นที่ใหญ่ที่สุดในพีชี ที่จะรวบรวมเอาชิปและไอชี (IC = Integrated Circuit) รวมทั้ง การ์ดต่อพ่วงอื่นๆ เอาไว้ด้วยกันบนบอร์ดเพียงอันเดียวเครื่องพีชีทุกเครื่องไม่สามารถทำงาน ได้ถ้าขาดเมนบอร์ด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/SoPdgbmCbdI/AAAAAAAAAAc/QkDrP2E4kUc/s1600-h/untitled.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5369378729988615634" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 135px; CURSOR: hand; HEIGHT: 100px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/SoPdgbmCbdI/AAAAAAAAAAc/QkDrP2E4kUc/s320/untitled.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ซีพียู (CPU)&lt;br /&gt;ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ (Processor) หรือ ชิป (chip) นับเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดของฮาร์ดแวร์ เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน เข้ามาทางอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน หน่วยประมวลผลกลาง ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ 1) หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic &amp;amp; Logical Unit: ALU) หน่วยคำนวณตรรกะ ทำหน้าที่เหมือนกับเครื่องคำนวณอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยทำงานเกี่ยวกับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร อีกทั้งยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่เครื่องคำนวณธรรมดาไม่มี คือ ความสามารถในเชิงตรรกะศาสตร์ หมายถึง ความสามารถในการเปรียบเทียบตามเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้ได้คำตอบออกมาว่าเงื่อนไข นั้นเป็น จริง หรือ เท็จ ได้ 2) หน่วยควบคุม (Control Unit) หน่วยควบคุม ทำหน้าที่ควบคุมลำดับขั้นตอนการประมวลผล รวมไปถึงการประสานงานกับอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล อุปกรณ์แสดงผล และหน่วยความจำสำรองด้วย ซีพียูที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ได้แก่ Pentium III , Pentium 4 , Pentium M (Centrino) , Celeron , Dulon , Athlon &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/SoPegXGtg1I/AAAAAAAAAAk/z77AppxbAP8/s1600-h/untitled.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5369379828295107410" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 146px; CURSOR: hand; HEIGHT: 102px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/SoPegXGtg1I/AAAAAAAAAAk/z77AppxbAP8/s320/untitled.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; การ์ดแสดงผล (Display Card)&lt;br /&gt;     การ์ดแสดงผลใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่ได้รับมาจากซีพียู โดยที่การ์ดบางรุ่นสามารถประมวลผลได้ในตัวการ์ด ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระการประมวลผลให้ซีพียู จึงทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์นั้นเร็วขึ้นด้วย ซึ่งตัวการ์ดแสดงผลนั้นจะมีหน่วยความจำในตัวของมันเอง ถ้าตัวการ์ดมีหน่วยความจำมาก ก็จะรับข้อมูลจากซีพียูได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การแสดงผลบนจอภาพมีความเร็วสูงขึ้นด้วย &lt;/div&gt;&lt;div&gt; หลักกันทำงานพื้นฐานของการ์ดแสดงผลจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อโปรแกรมต่างๆ ส่งข้อมูลมาประมวลผลที่ ซีพียูเมื่อซีพียูประมวลผล เสร็จแล้ว ก็จะส่งข้อมูลที่จะนำมาแสดงผลบนจอภาพมาที่การ์ดแสดงผล จากนั้น การ์ดแสดงผล ก็จะส่งข้อมูลนี้มาที่จอภาพ ตามข้อมูลที่ได้รับมา การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาส่วนใหญ่ ก็จะมีวงจร ในการเร่งความเร็วการแสดงผลภาพสามมิติ และมีหน่วยความจำมาให้มากพอสมควร&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-7130441585375004596?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/7130441585375004596/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_13.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/7130441585375004596'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/7130441585375004596'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_13.html' title='อุปกรณ์คอมพิวเตอร์'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_pFzbHju60k4/SoPZjEw7wkI/AAAAAAAAAAU/Qq2rnpkVVy4/s72-c/equpiment_008.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-3085209301227901396</id><published>2009-08-11T00:08:00.000-07:00</published><updated>2009-08-11T00:09:31.779-07:00</updated><title type='text'>คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก  คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง</title><content type='html'>งานดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องตรงเวลาด้วย &lt;br /&gt;งานดีไม่มีทางเกิดขึ้นตามยถากรรม .หรืออารมณ์ขึ้นลง &lt;br /&gt;ไปจนถึงความหนาแน่นรัดกุมของกฎเกณฑ์ "ตอกบัตร" &lt;br /&gt;ปริมาณเวลาในการทำงานชิ้นหนึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนกับคุณภาพของผลงานเสมอไป &lt;br /&gt;บ่อยครั้งเป็นปฏิภาคกัน .หลายครั้งงานที่ให้เวลาน้อย กลับออกมาดีกว่างานที่ให้เวลามาก &lt;br /&gt;" คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก   คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำงานเสร็จแล้วก็เลิก! ไม่ต้องรอเทวดาบนสวรรค์วิมานมาร ับรู้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-3085209301227901396?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/3085209301227901396/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_11.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/3085209301227901396'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/3085209301227901396'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_11.html' title='คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก  คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-3357869378802028441</id><published>2009-08-10T23:59:00.000-07:00</published><updated>2009-08-11T00:00:01.920-07:00</updated><title type='text'>..++ แม่ ++..</title><content type='html'>..++ แม่ ++..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ อยู่ในท้องเขาเก้าเดือน............ไยมาเลือนลืมลงได้&lt;br /&gt;อยู่ในอ้อมอกอุ่นไอ......................ก็แล้วไยไม่หวนหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ สิบกว่าปีที่ร่วมหมอน...............กกกอดนอนเจ้าแก้วตา&lt;br /&gt;ไยจึงพานลืมมารดา.....................ผู้เมตตาและการุณย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ สิบกว่าปีที่ป้อนข้าว.................จนย่างก้าวเข้าวัยรุ่น&lt;br /&gt;ก็แล้วไยลืมใบบุญ.......................ผู้ค้ำจุนด้วยข้าวปลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ สิบกว่าปีที่ฟูมฟัก.....................ด้วยความรักเหลือคณา&lt;br /&gt;ก็แล้วไยลืมไปว่า..........................เติบโตกล้าเพราะใครกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ สิบกว่าปีใครเล่าหนา................ซื้อเสื้อผ้าหลากสีสัน&lt;br /&gt;ไยจึงทิ้งหญิงคนนั้น......................ผู้เสกสรรแพรพรรณงาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ กี่สิบปีที่ตั้งตา...........................ยามหายหน้าเที่ยวสืบถาม&lt;br /&gt;แล้วไยเล่าเจ้าโฉมงาม...................จึงลืมความหลังลงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ กว่าสิบปีที่อ่านเขียน..................ยามเข้าเรียนคอยรับ-ส่ง&lt;br /&gt;แล้วไยเล่าเจ้าลืมหลง....................มิประสงค์มาดูแล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ วันนั้นเจ้าขวัญใจ......................ล้มไถลจนได้แผล&lt;br /&gt;เจ็บหัวเข่าเจ้าร้องแง......................ใครกันแน่เป่าแผลเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ ณ วันที่ขี้มูกไหล.......................หญิงคนใครเช็ดให้เจ้า&lt;br /&gt;ยามนี้แม่ท่านแก่เฒ่า.....................ใครไหนเล่ามาไยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ ยามมดยุงมามุงกัด...................ใครกันปัดให้มันหนี&lt;br /&gt;มดตอมท่านในวันนี้.......................ไยไม่รี่รีบมาดู&lt;br /&gt;@ คราอาบน้ำทุกค่ำเช้า................ใครกันเล่าเฝ้าขัดถู&lt;br /&gt;ขี้ไคลใต้คาง-หู..............................ขัดจนหนูเอี่ยมลออ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ ยามนี้ท่านเจ็บป่วย....................ใครจะช่วยเช็ดตัวหนอ&lt;br /&gt;รอเล่าเฝ้าแต่รอ.............................นอนจมบ่อแห่งเหงื่อไคล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ ก็วันที่มีคู่ครอง..........................เอาเงินทองมากองให้&lt;br /&gt;ชื่นชูกับคู่ใจ..................................หญิงคนใดให้แก่เรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ ยามนี้ท่านเดียวดาย..................อันร่างกายก็แก่เฒ่า&lt;br /&gt;เฝ้าคอยแล้วคอยเล่า......................ไร้แม้เงาเจ้าแก้วตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ จำได้ไหมในยามป่วย................ใครกันช่วยหมอรักษา&lt;br /&gt;เจ็บปวดนวดแขนขา.....................เช็ดหน้าตาด้วยอาทร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ ยามนี้หญิงคนนั้น.....................นอนไข้สั่นอกสะท้อน&lt;br /&gt;น้ำตาใสไหลเปียกหมอน................ไร้คนป้อนข้าวและยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ โอ้...สตรีที่รักแท้........................นามว่า…”แม่” …แน่นักหนา&lt;br /&gt;ลูกหญิงชายทั้งหลายจ๋า.................กลับไปหา...แม่...เร็วเถอะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-3357869378802028441?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/3357869378802028441/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_2932.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/3357869378802028441'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/3357869378802028441'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_2932.html' title='..++ แม่ ++..'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-1062775495477353773</id><published>2009-08-10T23:50:00.000-07:00</published><updated>2009-08-10T23:51:10.049-07:00</updated><title type='text'>กินอะไรให้นัยน์ตาสวย</title><content type='html'>สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายมีปัญหาที่ตาก็คือ ร่างกายได้รับไวตามินเอไม่เพียงพอ แต่ถ้าขาดมาก ๆ จะมีอาการดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลัวแสง&lt;br /&gt;เวลาไปอยู่ในที่ที่มีแสงสว่างจ้าหรือกลางแดด จะตาหยีและแสบตามาก ปรับสายตาให้ชินกับความมืดได้ช้าต่างกับคนอื่นที่สามารถปรับสายตาได้เร็วกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าขาดรุนแรง&lt;br /&gt;ตาขาวจะมีลักษณะที่ชาวบ้านเรียกว่า เกล็ดกะดี่ (bitot spot) และต่อมาตาจะบอด นอกจากจะแสบตาเก่งแล้ว ยังสู้สายตาคนไม่ค่อยได้ ดูโทรทัศน์ไม่นานก็เมื่อยตา ขับรถในเวลากลางคืนก็มองไม่ถนัด สุขภาพตาที่ไม่ดีนั้น จะทำให้ตาไม่แข็งแรง ติดเชื้อได้ง่ายอักเสบง่าย คนธรรมดานั้นตื่นเช้าไม่มีขี้ตา แต่บางคนตื่นเช้าก็มีขี้ตาเล็ก ๆ น้อย ทุกวัน โดยไม่มีอาการตาเจ็บหรืออักเสบใด ๆ แสดงถึงสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์ของนัยน์ตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นัยน์ตาสวย ทำได้ดังนี้&lt;br /&gt;รับประทานไวตามิน เอ วันละ 1 แคปซูล (ขนาด 25,000 ยูนิต) สองสัปดาห์ แล้วกินวันเว้นวัน&lt;br /&gt;รับประทานไวตามิน อี 100 ยูนิต วันละ 2 ครั้ง&lt;br /&gt;รับประทานไวตามินบี 2 วันละ 200มิลลิกรัม&lt;br /&gt;ประมาณ 3 - 4 เดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสำคัญ&lt;br /&gt;ควรกินไวตามินพร้อมอาหารเพื่อให้สิ่งที่อยู่ในอาหารช่วยในการดูดซึมของไวตามิน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-1062775495477353773?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/1062775495477353773/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_1153.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/1062775495477353773'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/1062775495477353773'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_1153.html' title='กินอะไรให้นัยน์ตาสวย'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-2003351061884632538</id><published>2009-08-10T23:02:00.000-07:00</published><updated>2009-08-10T23:03:56.348-07:00</updated><title type='text'>ล่องเรือลอดถ้ำเขากอบ ตรัง</title><content type='html'>ล่องเรือลอดถ้ำเขากอบ ตรัง (ททท.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ถ้ำเขากอบตั้งอยู่ที่ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นภูเขาหินปูนโดดที่มีสายน้ำไหลล้อมรอบและทะลุผ่านใต้ภูเขา สายน้ำเหล่านี้หลั่งไหลมาจากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์บนเทือกเขาบรรทัด ภายใต้เขากอบแห่งนี้เสมือนเป็นเมืองใต้พิภพที่มีความสวยงามของประติมากรรมธรรมชาติ เป็นโถงถ้ำ มีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตา และที่โดดเด่นมากที่สุดของเขากอบ คือ "หลอดหินย้อย" (Soda Straw) ซึ่งมีขนาดยาวเป็นพิเศษจำนวนนับหมื่นนับแสนแท่ง ภายในถ้ำมีระยะทางยาวประมาณ 4 กิโลเมตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          การล่องเรือเข้าถ้ำ สายน้ำที่ไหลผ่านเข้าถ้ำเขากอบ จะเป็นกระแสน้ำที่ไหลเรียบ ไม่มีแก่ง ตลอดความยาวของคลองใต้ภูเขา มีระยะทาง ประมาณ 4 กิโลเมตร เรือจะล่องผ่านโถงถ้ำต่างๆ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง และถ้ำอื่นๆ  นับหลายแห่ง สามารถจอดเรือเพื่อเดินขึ้นชมความงามแต่ละคูหาได้อย่างสะดวก ปัจจุบันมีเรือให้บริการประมาณ 2,000 บาท หรือ 30 บาท ต่อคน ลำหนึ่งนั่งได้ประมาณ 6-8 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ของจังหวัดตรัง เป็นที่ตั้งของน้ำตกที่สวยงามกว่า 30 แห่ง เช่น น้ำตกไพรสวรรค์ น้ำตกสายรุ้ง น้ำตกโตน- เต๊ะ น้ำตกลำปลอก ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน ธารน้ำแต่ละแห่งเต็มไปด้วยเกาะแก่งท้าทายต่อการล่องเรือยางทั้งสิ้น โดยเฉพาะที่น้ำตกไพรสวรรค์ อำเภอย่านตาขาว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          นอกจากความสวยงามของตัวน้ำตกแล้ว ธารน้ำยังมีความยาวลดหลั่นคดเคี้ยวเป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร มีแก่งกลางน้ำที่น่าตื่นเต้นอยู่หลายแห่ง ใช้เวลาในการล่อง ประมาณ 3 ชั่วโมง กิจกรรมนี้ให้ความสนุกสนานแก่นักท่องเที่ยวได้อีกอย่างหนึ่งในช่วงฤดูฝน (ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ท่องเที่ยวทางทะเลไม่ได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; การเดินทาง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 สายตรัง-ห้วยยอด ผ่านตัวอำเภอห้วยยอด เลยไปประมาณ 5 กิโลเมตร จากนั้น เลี้ยวซ้ายเข้าถนน รพช. เขากอบเขาหัวแหวน ประมาณ 700 เมตร แยกเลี้ยวซ้ายเข้าเขากอบ บริเวณหน้าถ้ำจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-2003351061884632538?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/2003351061884632538/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_4343.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/2003351061884632538'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/2003351061884632538'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_4343.html' title='ล่องเรือลอดถ้ำเขากอบ ตรัง'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-4549100369408976058</id><published>2009-08-10T22:53:00.000-07:00</published><updated>2009-08-10T22:54:42.846-07:00</updated><title type='text'>ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>จากการที่คอมพิวเตอร์มีลักษณะเด่นหลายประการ ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในสังคมเป็นอย่างมาก  ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ เช่น พิมพ์จดหมาย รายงาน เอกสารต่างๆ ซึ่งเรียกว่างานประมวลผล ( word processing ) นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ อีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานธุรกิจ เช่น บริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัญชี งานประมวลคำ และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งทำให้การผลิตมีคุณภาพดีขึ้นบริษัทยังสามารถรับ หรืองานธนาคาร ที่ให้บริการถอนเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ ( ATM ) และใช้คอมพิวเตอร์คิดดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่าย &lt;br /&gt;งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข สามารถนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในนำมาใช้ในส่วนของการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่งจรวดไปสู่อวกาศ  หรืองานทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็นอุปกรณ์สำหรับการตรวจรักษาโรคได้ ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำกว่าการตรวจด้วยวิธีเคมีแบบเดิม และให้การรักษาได้รวดเร็วขึ้น &lt;br /&gt;งานคมนาคมและสื่อสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นั่ง ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรือทุกสายการบินได้ ทำให้สะดวกต่อผู้เดินทางที่ไม่ต้องเสียเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการควบคุมระบบการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร และ การจราจรทางอากาศ หรือในการสื่อสารก็ใช้ควบคุมวงโคจรของดาวเทียมเพื่อให้อยู่ในวงโคจร ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการส่งสัญญาณให้ระบบการสื่อสารมีความชัดเจน &lt;br /&gt;งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรือ จำลองสภาวการณ์ ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยคอมพิวเตอร์จะคำนวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง รวมทั้งการใช้ควบคุมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ เช่น คนงาน เครื่องมือ ผลการทำงาน &lt;br /&gt;งานราชการ เป็นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ , กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงไปยังสถาบันต่างๆ , กรมสรรพากร ใช้จัดในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสียภาษี เป็นต้น &lt;br /&gt;การศึกษา ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยการสอนในลักษณะบทเรียน CAI หรืองานด้านทะเบียน ซึ่งทำให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลยืมและการส่งคืนหนังสือห้องสมุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-4549100369408976058?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/4549100369408976058/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_10.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/4549100369408976058'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/4549100369408976058'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post_10.html' title='ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3139409386974643581.post-6127875113701414349</id><published>2009-08-09T19:26:00.000-07:00</published><updated>2009-08-09T19:30:55.568-07:00</updated><title type='text'>ความหมายของอินเตอร์เน็ต</title><content type='html'>อินเตอร์เน็ต (Internet) คือ เครือข่ายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกัน มาจากคำว่า Inter Connection Network&lt;br /&gt;อินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องทั่วโลก สามารถติดต่อสื่อสารถึงกัน ได้โดยใช้มาตรฐาน ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกว่าโปรโตคอล (Protocol) ซึ่งโปรโตคอล ที่ใช้บนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีชื่อว่า ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP : Transmission Control Protocol/Internet Protocol) &lt;br /&gt;                  ลักษณะของระบบอินเตอร์เน็ต เป็นเสมือนใยแมงมุม ที่ครอบคลุมทั่วโลก ในแต่ละจุดที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตนั้น สามารถสื่อสารกันได้หลายเส้นทาง ตามความต้องการ โดยไม่กำหนดตายตัว และไม่จำเป็นต้องไปตามเส้นทางโดยตรง อาจจะผ่านจุดอื่น ๆ หรือ เลือกไปเส้นทางอื่นได้หลาย ๆ เส้นทาง การติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต นั้นอาจเรียกว่า การติดต่อสื่อสารแบบไร้มิติ หรือ Cyberspace&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3139409386974643581-6127875113701414349?l=mahhappy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mahhappy.blogspot.com/feeds/6127875113701414349/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/6127875113701414349'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3139409386974643581/posts/default/6127875113701414349'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mahhappy.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='ความหมายของอินเตอร์เน็ต'/><author><name>0_0 M a h 0_0</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01103975862917195404</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
